ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า “บ้านหนองเงา”
มีเรื่องหนึ่งที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
ไม่ใช่เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้น
แต่เพราะทุกคนจำมันได้ดีเกินไป
ทุกคืน…เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ตรงเวลาเที่ยงคืน
ความเงียบจะเข้าครอบงำทั้งหมู่บ้าน
ไม่มีเสียงหมาเห่า
ไม่มีเสียงจักจั่น
แม้แต่ลมก็เหมือนหยุดพัด
แล้วเสียงหนึ่งจะดังขึ้น
เสียงร้องไห้ของเด็กผู้หญิง
แผ่วเบา สะอื้น และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ดังมาจากทุ่งหลังวัด
สถานที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยามค่ำคืน
ชาวบ้านบอกว่ามันเป็นแค่เสียงลม
บางคนบอกว่าเป็นสัตว์
แต่ลึกๆ แล้ว
ทุกคนรู้ดีว่าเสียงนั้นคืออะไร
และมันไม่เคยร้องให้คนแปลกหน้า
ภาคิน ชายวัยกลางคน ผู้ทำงานเป็นนักข่าว
จำเป็นต้องกลับมายังบ้านหนองเงา
หลังจากได้รับข่าวการเสียชีวิตของแม่
การกลับบ้านครั้งนี้
ไม่ใช่แค่การมาจัดงานศพ
แต่เป็นการกลับมาสู่สถานที่
ที่เขาพยายามหนีจากมันมาตลอดชีวิต
บ้านไม้เก่า
ถนนดินแดง
วัดกลางหมู่บ้าน
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
แต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนไป
เงียบผิดปกติ
อึดอัด
เหมือนหมู่บ้านทั้งหมู่กำลังปิดบังบางอย่าง
คืนแรกหลังงานศพ
ภาคินได้ยินเสียงร้องไห้เป็นครั้งแรก
เสียงที่ทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน
และเมื่อเขาอัดเสียงนั้นไว้ในโทรศัพท์
เขาพบว่ามันไม่ใช่แค่เสียงสะอื้นธรรมดา
แต่เป็นเสียงที่พยายามสื่อสาร
“ช่วยหนูด้วย…ครูรู้…ครูเห็น…”
คำว่า “ครู”
ทำให้ภาคินเริ่มตั้งคำถาม
เพราะแม่ของเขาเคยเป็นครูประจำหมู่บ้าน
ในช่วงเวลาที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อยี่สิบปีก่อน
เด็กคนนั้นชื่อ “แก้วตา”
คดีการหายตัวไปของแก้วตา
ไม่เคยถูกคลี่คลาย
ไม่มีศพ
ไม่มีผู้ต้องหา
และถูกปิดคดีอย่างเงียบๆ
ราวกับไม่เคยมีเด็กคนนี้อยู่ในหมู่บ้านมาก่อน
เมื่อภาคินเริ่มสืบเรื่องเสียงร้อง
เขากลับพบว่าชาวบ้านทุกคนรู้เรื่องนี้
แต่ไม่มีใครกล้าพูด
บางคนหลบตา
บางคนปฏิเสธ
บางคนเตือนให้เขาเลิกยุ่ง
เพราะการขุดอดีตขึ้นมา
อาจทำให้มีคนต้องตาย
พิมพ์ชนก แพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลชุมชน
เพื่อนสมัยเด็กของภาคิน
รู้ความจริงมากกว่าที่เธอพูด
เธอรู้ว่าเสียงร้องนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร
และรู้ว่าใครคือคนที่ไม่อยากให้ความจริงถูกเปิดเผย
เมื่อภาคินค้นเจอสมุดบันทึกของแม่
ทุกอย่างเริ่มชัดเจน
แม่ของเขาเคยรู้ว่าแก้วตาเห็นบางอย่าง
ในคืนที่มีงานเลี้ยงของผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน
และหลังจากคืนนั้น
เด็กก็หายไป
เสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นทุกคืน
ไม่ใช่เสียงเรียกร้องความสงสาร
แต่เป็นเสียงของความจริง
ที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน
พร้อมกับร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ยิ่งภาคินเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร
เหตุการณ์ประหลาดก็ยิ่งเกิดขึ้นมากขึ้น
ชาวบ้านบางคนเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ
ทุกศพมีดินโคลนติดที่มือ
เหมือนพวกเขาเพิ่งไปขุดบางอย่างขึ้นมา
ในยามเที่ยงคืน
คืนสุดท้าย
ภาคินตัดสินใจเผชิญหน้ากับเสียงนั้น
ที่ทุ่งหลังวัด
ใต้ต้นไม้ใหญ่
สถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น
เมื่อโครงกระดูกของแก้วตาถูกขุดพบ
เสียงร้องไห้ก็เปลี่ยนไป
จากความเจ็บปวด
เป็นความโกรธ
และความยุติธรรมก็เริ่มทำงาน
ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
“เสียงร้องไห้ยามเที่ยงคืน”
ไม่ใช่แค่เรื่องผี
แต่เป็นเรื่องของบาป
ความเงียบ
และการเพิกเฉยของคนทั้งหมู่บ้าน
เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่ง
ที่ไม่ได้ต้องการหลอกหลอนใคร
แต่ต้องการให้ความจริงถูกพูดออกมา
ก่อนที่มันจะสายเกินไป
ถ้าคุณคิดว่า
เรื่องผีที่น่ากลัวที่สุด
คือผีที่ตายไปแล้ว
เรื่องนี้อาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิด
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่หลอนที่สุด
คือคนที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่เลือกจะไม่ทำอะไรเลย
รับชมและรับฟัง เรื่องเต็ม “เสียงร้องไห้ยามเที่ยงคืน”
ได้ในรูปแบบวิดีโอเล่าเรื่องสุดระทึก
ที่ถ่ายทอดอารมณ์ ความหลอน และความจริง
ได้เข้มข้นกว่าการอ่านหลายเท่า
▶️ คลิกเพื่อรับชมวิดีโอเต็มเรื่องได้ที่ช่องของเรา

0 ความคิดเห็น